ศัลยกรรมแปลงเพศ

ศัลยกรรมแปลงเพศ

– เป็นการปรับเปลี่ยนร่างกายให้ตรงกับอัตลักษณ์ทางเพศ (จิตใจ)
– เพื่อให้ใช้ชีวิตได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
– ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมทางการแพทย์
– ผู้รับบริการต้องทำความเข้าใจเรื่องการแปลงเพศ ประมาณ 6–12 เดือน กับจิตแพทย์/นักจิตวิทยา และได้รับความเห็นชอบจากจิตแพทย์
– ผู้รับบริการต้องมีความมุ่งมั่น/แน่วแน่ ที่จะใช้ชีวิตในเพศตรงข้าม
– เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งทางใจกับเพศใหม่ในภายหลัง
– เพื่อป้องกันปัญหาทางจิตประสาท/ การถูกบังคับให้มาแปลงเพศ

ขั้นตอนในการทำศัลยกรรมแปลงเพศ

1. การเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดแปลงเพศ
ข้อพิจารณาก่อนการผ่าตัดแปลงเพศ (จากคู่มือของสมาคมฟ้าสีรุ้ง)
– ผู้รับบริการต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมในเพศที่ตรงกันข้ามกับร่างกายตลอดเวลา และประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือน
– ผู้รับบริการต้องได้รับการตรวจและประเมินพฤติกรรมโดยจิตแพทย์อย่างน้อย 2 คน และหนึ่งในสองต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ
– ต้องรับฮอร์โมนเพื่อเตรียมสภาพร่างกายให้อยู่ในเพศตรงข้ามเสียก่อน
– ก่อนจะผ่าตัดแปลงเพศ ต้องผ่าตัดส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างอวัยวะเพศเสียก่อน

2. การผ่าตัดแปลงเพศ
1. ศัลยแพทย์อธิบายขั้นตอนการผ่าตัด ผลข้างเคียง และถามยืนยันความตั้งใจอีกครั้ง
2. ผ่าตัดอวัยวะทั่วไปที่ไม่ใช่อวัยวะทางเพศ เช่น คาง ใบหน้า จมูก เหลากระเดือก เสริมอก ดูดไขมัน ฯลฯ ตามโครงสร้างและความต้องการเฉพาะตัว
3. การผ่าตัดเปลี่ยนแปลงอวัยวะเพศ
a. ผ่าเปิดถุงอัณฑะเพื่อเอาอัณฑะออก โดยเหลือหนังหุ้มอัณฑะไว้
b. ตัดอวัยวะเพศชายโดยเหลือส่วนปลายประสาทที่ไวต่อความรู้สึก (ทำคลิตอริส)
c. เลาะทำโพรงระหว่างท่อปัสสาวะและลำไส้ใหญ่ (ทำช่องคลอดเทียม)
d. เหลือผิวหนังที่หุ้มอวัยวะเพศชายและถุงอัณฑะไว้เพื่อบุช่องคลอดและตกแต่งแคม
e. ทำคลิตอริส (ปุ่มประสาทรับความรู้สึก)
f. บุช่องคลอด และเจาะรูท่อปัสสาวะใหม่ ใส่ผ้าก๊อซในโพรงช่องคลอดเพื่อเปิดโพรง

3. การดูแลรักษาหลังการผ่าตัดแปลงเพศ
a. รักษาแผลผ่าตัดให้หาย ไม่ให้ติดเชื้อ (ประมาณ 2 เดือน)
– พักฟื้นประมาณ 5 – 7 วัน (ต้องใส่ท่อสวนปัสสาวะ)
– งดอาหาร (หรือเครื่องดื่มที่มีกาก) เพื่อลดการขับถ่ายอุจจาระ
b. เมื่อเปิดแผล ต้องทำความสะอาดแผลด้วยยาฆ่าเชื้อ เช้า-เย็น และสวนล้างช่องคลอดด้วยน้ำยาทำความสะอาดช่องคลอด เช้า – เย็น
c. กินฮอร์โมนหลังผ่าตัดได้ 1 – 2 สัปดาห์
d. งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 เดือน ถ้ามีเลือดออกให้มาพบแพทย์
e. ใช้เครื่องมือขยายช่องคลอด 6 – 24 เดือน ช่วงแรกวันละ 2 ครั้ง ต่อมาวันละ 1 ครั้ง
f. มาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
อาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์หลังผ่าตัด
g. แผลผ่าตัดแยก หรือไม่สนิท: อาจรักษาแผลให้ติด หรือเย็บใหม่
h. ช่องคลอดหลุด หรือลอก: ต้องจัดผิวหนังใหม่ หรือบุช่องคลอดใหม่
i. ช่องคลอดตีบ/หด: ต้องใช้อุปกรณ์ถ่างช่องคลอด หรือผ่าขยาย
j. ช่องคลอดตื้น: พบบ่อย อาจต้องใช้อุปกรณ์ถ่าง หรือต่อด้วยลำไส้ใหญ่
k. ท่อปัสสาวะตีบ: พบบ่อย อาจต้องขยายท่อหรือผ่าตัดใหม่
l. ช่องคลอดทะลุเข้าไปในช่องท้อง: รุนแรงมาก อาจต้องเย็บซ่อม หรือทำช่องคลอดใหม่ด้วยลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย
m. ปุ่มคลิตอริสหลุดลอก: อาจเย็บแก้ไข หรือต้องตัดออก

ขอบคุณรูปจากhttp://petmaya.com/