เตือนดื่มเหล้าหน้าร้อนเสี่ยง

เตือนดื่มเหล้าหน้าร้อนเสี่ยงช็อกตาย “อ.สง่า” เตือนซดเหล้าเข้าสงกรานต์เสี่ยงช็อก เหตุอากาศร้อน ยิ่งดื่มร่างกายก็ยิ่งร้อน ห่วงหลับในทำเกิดอุบัติเหตุมาก แนะ 4 วิธีหลีกเลี่ยงอาการหลับใน

นายสง่า ดามาพงษ์​ เลขานุการคณะกรรมการกำกับทิศทาง แผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ในช่วงฤดูร้อน อากาศที่ร้อนจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ หากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงกลางวันหรือช่วงอุณหภูมิสูง จะทำให้เกิดความเสี่ยงได้ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อดื่มแล้วจะทำให้เกิดความร้อนในร่างกายสูง ซึ่งหากทั้งภายนอกและภายในร่างกายอุณหภูมิสูงก็จะเสี่ยงทำให้เกิดอาการช็อกได้ และแอลกอฮอล์ยังทำให้หลอดเลือดที่ผิวหนังขยายตัว และเกิดการขับน้ำออกจากร่างกายเร็วขึ้น ปฏิกิริยาตอบสนองคือ เหงื่อออก ปัสสาวะบ่อย ซึ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งทำให้เกิดอาการช็อกได้เช่นเดียวกัน จึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงอากาศร้อนเพราะทำให้เกิดอันตรายได้ง่ายกว่าเดิม

นายสง่า กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ซึ่งมีการเดินทางไกลเพื่อไปเที่ยว สิ่งที่น่าเป็นห่วงนอกเหนือจากการใช้ความเร็วในการเดินทางที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ยังพบว่าการหลับใน เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความเสี่ยงมากเช่นกัน โดยสาเหตุของการหลับในคือ 1. นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง 2. รับประทานอาหารอิ่มใหม่ๆ 3.ดื่มเหล้าก่อนขับรถ และ 4. กินยาแก้ปวด แก้แพ้ แก้หวัด ก่อนขับรถ ซึ่งการป้องกันการหลับในจำเป็นต้องไปแก้ที่สาเหตุทั้ง 4 เรื่องดังกล่าว และผู้ร่วมเดินทางต้องหมั่นสังเกตอาการของคนขับรถ เช่น หาวต่อเนื่อง กะพริบตาบ่อยๆ ลืมตาไม่ขึ้น สัปหงก หรือ ขับรถส่ายๆ

“วิธีแก้ไขสถานการณ์ที่คนขับหลับในคือ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง 4 ประการข้างต้น และจอดรถพักทุก 150 กิโลเมตร เพื่อให้ร่างกายไม่เมื่อยล้าเกินไป เตรียมอาหารแก้ง่วงระหว่างขับ โดยสิ่งที่ได้ผลดีคือผลไม้รสเปรี้ยว เพราะจะช่วยกระตุ้นประสาทให้สดชื่นได้ หรือเตรียมน้ำแข็งก้อนไว้ให้คนขับอมหรือถูขมับ หรือปิดแอร์เปิดกระจกให้รู้สึกสดชื่นขึ้น หากไม่ไหวจริงๆ อย่าฟื้นให้หาที่ปลอดภัยจอดรถนอนพัก 10-15 นาทีก่อนไปต่อ นอกจากนี้ หากรู้ตัวว่าไม่พร้อมไม่ควรเดินทางคนเดียว ควรหาคนนั่งไปเป็นเพื่อนหรือสลับกันขับรถด้วย” นายสง่า กล่าว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaihealth.or.th/