เพร็พคืออะไร? (PrEP)

เพร็พคืออะไร? (PrEP)

คือ “Pre-Exposure Prophylaxis” หรือ “การกินยาต้านไวรัสเพื่อการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี”

เพร็พ (PrEP) คือการกินยาต้านไวรัสเพื่อการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี โดยกินเป็นประจำในกรณีที่มีความเสี่ยงในการรับเชื้อเอชไอวี เช่น เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บ่อยๆ  มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง หรือ คู่ที่มีผลเลือดต่าง เป็นต้น

เพร็พ (PrEP) ในปัจจุบันที่กินเพื่อป้องกันเอชไอวีประกอบด้วยตัวยาสองตัวคือ ยาทีโนโฟเวียร์ (Tenofovir) และยาเอ็มไซตาบีน(Emtricitabine)

หลักสำคัญในการกินเพร็พ

เพร็พ กินเพื่อป้องกันก่อนการติดเชื้อ ต้องกินเป็นประจำทุกวัน หลักการคล้ายกินยาคุมเพื่อป้องกันไม่ให้ท้อง ซึ่งถ้ากินไม่สม่ำเสมอหรือลืมกินก็มีสิทธิ์ท้องได้อยู่ เพร็พก็ต้องกินสม่ำเสมอเป็นประจำและต้องกินก่อนมีพฤติกรรมเสี่ยง 1 สัปดาห์ จึงจะมีประสิทธิผลสูงสุด

กินก่อน 1 สัปดาห์ และกินประจำทุกวันในช่วงมีพฤติกรรมเสี่ยง!

- เพื่อประสิทธิผลสูงสุดในการป้องกัน ใช้เพร็พร่วมกับถุงยางอนามัยป้องกันได้ทั้งเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- กินเพร็พเมื่อผลเอชไอวีเป็นลบเท่านั้น ถ้าผลเลือดบวกต้องเปลี่ยนไปกินยาต้านไวรัสเพื่อการรักษาแทน
- เพร็พต้องกินสม่ำเสมอ จะได้ผลดีต้องกินทุกวัน (กินวันละเม็ด)

เพร็พกินยังไง และข้อควรระวัง

- กินวันละ 1 เม็ด กำหนดเลยว่าจะกินตอนไหน (เช่น 8 โมงเช้า หรือ 2 ทุ่ม) แล้วกินให้ตรงเวลาเดิมทุกวัน
- ถ้าลืมกินยา ให้กินเม็ดที่ลืมทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าลืมจนใกล้เวลาที่จะกินเม็ดต่อไปแล้ว ก็ให้ข้ามเม็ดที่ลืมไปเลย แล้วกินตามตารางปกติ เช่น ปกติกิน 6 โมงเย็น แต่ลืมกิน มารู้ตัวเอาตอน 4 ทุ่ม ให้กินทันทีในตอนนั้น แล้วกินครั้งต่อไปในเวลาเดิม(6 โมงเย็น) หรือ ปกติกิน 6 โมงเย็น แต่ลืมกิน มารู้ตัวเอาตอนบ่าย 2 ของวันถัดไป ให้กินตอน 6 โมงเย็น 1 เม็ด และวันรุ่งขึ้นก็กินตามตารางเวลาเดิม (นี่แค่ตัวอย่าง ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้เลยดีกว่าจะได้ไม่ลืม
- ไม่ควรกินสองเม็ดในวันเดียว
- ไม่มีข้อห้ามเรื่องอาหาร สามารถกินอาหารทุกชนิดได้ตามปกติ

ความสม่ำเสมอในการกินเพร็พ มีผลต่อการป้องกัน

กินเพร็พสม่ำเสมอ = ไม่ติดเชื้อ = ไม่ดื้อยา

ข้อควรระวังอื่นๆ

- อย่าให้คนอื่นมากินยาเรานะ
- เก็บยาให้ดี ปิดซองสนิท ให้พ้นมือเด็ก
- ถ้าสงสัยว่าเราติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจเอชไอวีทันที
- แจ้งเจ้าหน้าที่ด้วยหากคุณกินยาอื่นอยู่นอกเหนือจากเพร็พ เช่น วิตามิน อาหารเสริม ฮอร์โมน ยาประจำ หรือยาสมุนไพร

เพร็พป้องกันการติดเชื้อได้อย่างไร

เพร็พคือการกินยาต้านไวรัส เพื่อให้มีปริมาณยาเพียงพอในร่างกาย และเนื้อเยื่อต่างๆ ที่จะสามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีก่อนที่จะไปสัมผัสเชื้อ ซึ่งต้องกินเพร็พอย่างน้อยเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ขึ้นไปเพื่อให้มั่นใจว่ามีระดับยาเพียงพอในร่างกาย ลักษณะการกินคล้ายกับการกินยาคุมเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ ซึ่งต้องกินต่อเนื่องทุกวันจึงจะได้ผลดี

เพร็พจะเข้าไปสร้างเกราะป้องกันรอบๆ T- cell ซึ่งจะช่วยยับยั้งไม่ให้เอชไอวี ที่เข้ามาสามารถแบ่งขยายพันธ์ในเซลล์ได้

เพร็พป้องกันได้ดีแค่ไหน

ประสิทธิผลของเพร็พขึ้นอยู่กับความถูกต้องและความสม่ำเสมอในการกินยา จากการศึกษาวิจัยในโครงการ i-PrEX พบว่า ในกลุ่มในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ที่กินเพร็พสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง พบประสิทธิผลสูงถึง 92% ในคู่ชายหญิงที่มีผลเลือดต่าง (ฝ่ายหนึ่งมีเชื้อแต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่มี) ในกลุ่มคนที่กินยาสม่ำเสมอ เพร็พสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ 90%

ก่อนเริ่มเพร็พต้องตรวจ และทำอะไรบ้าง

ก่อนเริ่มเพร็พต้องมีการตรวจดังนี้
- ตรวจหาเชื้อเอชไอวี และประเมินอาการของการติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน (ผลเลือดต้องเป็นลบเท่านั้นถึงจะกินเพร็พได้)
- ตรวจค่าไต
- ตรวจไวรัสตับอักเสบบี
- ถ้าคุณไปรับเอชไอวีมาระหว่างกินเพร็พ (อาจเกิดจากการกินยาไม่สม่ำเสมอ หรือมีปัจจัยเอื้ออื่นๆ ที่ทำให้ติดเชื้อ) ต้องรีบตรวจเลือดทันทีว่าเกิดการติดเชื้อขึ้นหรือไม่ ดังนั้นคุณต้องทราบอาการของการติดเชื้อระยะเฉียบพลัน และวิเคราะห์ตัวเองเบื้องต้นได้ หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ทันที การประเมินความเสี่ยงครั้งสุดท้ายจึงเป็นเรื่องสำคัญในการสังเกตอาการติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน

ระหว่างการกินเพร็พจะต้องมีการตรวจเอชไอวี และตรวจหาค่าไต ทุกๆ 3 เดือน
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเพร็พ เช่น การกินยา / ผลข้างเคียง
- รับคำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีกินเพร็พอย่างถูกวิธี พร้อมรับคำปรึกษาในการใช้ถุงยาง และวิธีการป้องกันเอชไอวีอื่นๆ ที่ต้องทำควบคู่ไปกับการกินเพร็พ

ผลข้างเคียงของเพร็พ?


มีคนจำนวนแค่ 10% ที่ได้รับผลข้างเคียงจากการกินเพร็พ เช่น ปวดท้อง ปวดหัว อาเจียน เบื่ออาหาร และส่วนใหญ่จะดีขึ้นหรือหายไปหลังเดือนแรกของการกินเพร็พ ถ้าอาการยังคงอยู่หรือรุนแรงอยู่ ให้แจ้งคุณหมอที่ดูแลเราอยู่ทันที

กินเพร็พอย่างไรให้ปลอดภัย


ผลข้างเคียงของไตและกระดูก เป็นผลข้างเคียงของการใช้ยา Tenofovir ที่อาจมีผลต่อค่าไต แต่เป็นในระดับที่ไม่รุนแรง และสามารถกลับมาเป็นปกติได้หลังหยุดยา อาจมีการลดลงของมวลกระดูก 1% ในช่วง 6-12 เดือนแรกหลังเริ่มยาและจะไม่ลดลงอีก

เพร็พเป็นยาที่ใช้รักษาโรคตับอักเสบบีได้ด้วย ดังนั้นถ้าคุณมีโรคตับอักเสบบีอยู่ ระหว่างที่กินเพร็พคุณอาจจะไม่เป็นไร แต่เมื่อหยุดเพร็พ อาการของคุณอาจแย่ลง ดังนั้นก่อนกินเพร็พ คุณต้องตรวจดูว่ามีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่ ถ้าพบว่ามีเชื้อหมอจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม และขอให้คุณมาติดตามอาการ

บางคนอาจกังวลเกี่ยวกับไต ซึ่งก่อนกินเพร็พคุณหมอจะให้คุณตรวจเช็คการทำงานของไตก่อนอยู่แล้ว และตรวจเป็นระยะระหว่างกินเพร็พด้วย ถ้ามีค่าไตผิดปกติคุณหมออาจยังไม่จ่ายเพร็พให้คุณ

การกินยาสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญนะ!

ควรวางแผนว่าจะทำยังไงให้กินยาได้วันละเม็ดโดยไม่ลืม ลองคิดดูซิว่า...

- ปกติมีปัญหาอะไรในการกินยารึเปล่า ลืมบ่อยมั้ย
- เคยทำอะไรบ้างเพื่อไม่ให้ลืมกินยา
- มีอะไรที่ช่วยเตือนความจำคุณได้มากที่สุด

ลองวิธีเหล่านี้ดูมั้ยจ๊ะ?

- จัดตารางกินยาให้สอดคล้องกับกิจวัตรประจำวัน เช่น หลังแปรงฟัน หลังอาหารเช้า
- ใช้เครื่องช่วยเตือน เช่น ตั้งฟังก์ชั่นในนาฬิกาปลุกในมือถือของคุณ
- ใช้ปฏิทินและคิดวิธีช่วยเตือนตัวเองไม่ให้ลืมกินยาในวันหยุด (ซึ่งกิจวัตรประจำวันอาจต่างไป เช่น ตื่นสาย ไปต่างจังหวัด ฯลฯ)

มีใครบ้างมั้ยที่ช่วยเตือนให้เรากินยาได้ (แฟน?)

ทำไมต้องย้ำจังเรื่องถุงยาง?

ถึงจะกินเพร็พแล้วแต่ก็ไม่ควรเลิกใช้ถุงยางนะ เพร็พไม่ได้ช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เริม ซิฟิลิส หนองใน ดังนั้น เพื่อป้องกันให้ดีสุดๆ จากทั้งเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ คุณต้องกินเพร็พทุกวันสม่ำเสมอ และใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์

ทำไมต้องย้ำจังเรื่องติดเชื้อระยะเฉียบพลัน?

เพราะถ้าเราติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน แล้วยังกินเพร็พต่อไปอีกเกินกว่า 2 อาทิตย์ อาจทำให้เกิดเชื้อเอชไอวีที่ดื้อยาขึ้นมาได้ ทั้งนี้ การตรวจเอชไอวีโดยเร็วจะช่วยให้คุณหมอสามารถดูแลคุณต่อได้ทันที และช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อดื้อยาด้วย ดังนั้น ถ้ามีอาการสงสัยว่าเป็นการติดเชื้อระยะเฉียบพลันก็ให้รีบมาพบหมอทันทีนะ

ถ้ากินเพร็พ อีกหน่อยจะดื้อยามั้ย?

จะดื้อยาหรือไม่ ต้องอยู่กับพฤติกรรมการกินยา คนที่มีโอกาสดื้อยา คือคนที่มีเชื้ออยู่ในตัว การตรวจและมั่นใจว่าผลเลือดลบ ก่อนกินเพร็พจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อการป้องกัน ถ้าหยุดหรือลืมกินบ่อยๆ และไปรับเชื้อมา แต่ยังไม่รู้ตัวอาจมีโอกาสดื้อยาได้

กินเพร็พสม่ำเสมอ = ไม่ติดเชื้อ = ไม่ดื้อยา

การหยุดกินเพร็พ


หากประเมินตนเองว่าไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงแล้ว ทั้งจากเพศสัมพันธ์และการใช้สารเสพติดชนิดฉีด สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อหยุดการใช้เพร็พได้ แต่ควรหยุดเพร็พหลังจากมีความเสี่ยงครั้งสุดท้ายไปแล้ว 4 สัปดาห์

ก่อนหยุดกินเพร็พต้องตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีก่อน

แต่หากมีพฤติกรรมเสี่ยงอีก
!!

สามารถกลับมารับคำปรึกษาแพทย์เพื่อใช้เพร็พใหม่ได้อีก (การประเมินความเสี่ยงและความพร้อมมีผลต่อการเริ่มและหยุดเพร็พ)

ข้อสรุปของเพร็พ

- เพร็พใช้เพื่อป้องกันไม่ใช่สำหรับการรักษา
- เพร็พใช้สำหรับผู้ที่มีผลเลือดลบ
- ก่อนกินเพร็พต้องมั่นใจว่าไม่ได้อยู่ในช่วงติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน
- เพร็พป้องกันได้แต่เอชไอวี ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์
- ต้องกินเพร็พ 1 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อผลในการป้องกัน และต้องกินทุกวันสม่ำเสมอ
- ระหว่างการกินเพร็พต้องมีการตรวจหาเอชไอวี และค่าไตทุก 3 เดือน
- เพร็พไม่ต้องกินตลอดชีวิต กินเฉพาะในช่วงที่มีความเสี่ยงสูง และสามารถพบแพทย์เพื่อหยุดกินเพร็พได้

เพร็พคืออะไร? (PrEP)