การใช้ยาต้านไวรัสเพื่อป้องกัน (เพร็พ-PrEP)ในหนุ่มเอ็ม-สาวทรานซ์

เพร็พ (PrEP) คืออะไร
เพร็พเป็นยาต้านไวรัส สำหรับผู้ที่ยังไม่มีเชื้อเอชไอวีกินเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีโดยเฉพาะในกรณีที่รู้ว่าตนเองอยู่มีความเสี่ยง เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง หรือมีคู่ที่มีเชื้อเอชไอวี

ทั้งนี้มีการศึกษาหลายสถาบันรับรองแล้วว่า การกินเพร็พอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยลดความเสี่ยงในการรับเชื้อเอชไอวีได้จริง ดังจะเห็นได้จาก แนวทางการรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของสถาบันที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกอย่างเช่นศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา องค์การอนามัยโลก หรือกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย ต่างก็มีคำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีโดยการกินยาเพร็พอยู่ในแนวทางการรักษาและป้องกันด้วย

ยาต้านไวรัสใช้ป้องกันได้ด้วยเหรอ
จริงๆแล้วยาต้านไวรัสสามารถใช้ได้ทั้งการรักษาและการป้องกัน คนที่มีผลตรวจเอชไอวีลบ (ไม่มีเชื้อเอชไอวี)กินเพื่อป้องกันก่อนเชื้อเข้าร่างกาย (ยาเพร็พ) หรือกินทันทีหลังไปเสี่ยงมา และคิดว่าอาจได้รับเชื้อเข้าไปแล้ว เช่นถุงยางแตก(ยาเป๊บ)

ส่วนแม่ที่มีเชื้อเอชไอวีแล้วสามารถกินยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อไปให้ลูกได้ ผู้มีเชื้อเอชไอวีเอง หากเริ่มกินยาต้านไวรัสทันทีหลังตรวจพบเชื้อ ก็จะสามารถป้องกันการถ่ายทอดไปสู่คู่ได้ อีกทั้งการรักษาทันทีเมื่อพบเชื้อ ยังดีต่อสุขภาพของผู้มีเชื้ออีกด้วย (Test and Treat การศึกษา smart)

เพร็พป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้อย่างไร
เอชไอวีเป็นไวรัสที่จ้องทำลายเซลส์ที่เป็นภูมิคุ้มกันของร่างกาย (ซีดี 4) ยาเพร็พซึ่งเป็นยาตัวเดียวกันกับยาต้านไวรัสที่ผู้มีเชื้อกินเพื่อยับยั้งการเติบโตของเอชไอวีมีส่วนผสมของยาสองตัว คือ ยาเทโนโฟเวียร์ และยาเอ็มทริซิทาบีนยาสองตัวนี้ทำงานโดยการปิดกั้นเส้นทางที่ไวรัสจู่โจมเรา ถ้าคุณกินเพร็พทุกวัน ปริมาณยาในกระแสเลือดจะเพียงพอที่จะยับยั้งไวรัส ไม่ให้แตกตัวและแพร่กระจายในร่างกายได้ แต่การกินเพร็พเพียงอย่างเดียวอาจไม่ช่วยยับยั้งเชื้อทุกครั้ง ดังนั้นเราจะต้องใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ด้วย เพื่อกันไว้อีกทางหนึ่ง

เพร็พป้องกันได้ดีแค่ไหน
เพร็พได้รับการทดลองในการศึกษาใหญ่ๆหลายการศึกษาซึ่งแสดงให้เห็นว่าการกินยาเพร็พช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีได้
• ในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายที่กิน เพร็พในโครงการ iPrEXสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ถึง 44% มี และในกลุ่มนี้เมื่อแยกเฉพาะผู้ที่กินยาสม่ำเสมอเกือบทุกวัน พบว่าเพร็พลดความเสี่ยงให้ได้ถึง 73-92%
• ในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวทรานซ์ในโครงการ PROUD ของประเทศอังกฤษ และ โครงการ IPERGAY ในประเทศฝรั่งเศสและแคนาดา ผู้ที่กินเพร็พ ลดความเสี่ยงได้ถึง 86%
• ในกลุ่มคู่ชายหญิงที่ผลเลือดต่าง (ฝ่ายหนึ่งมีเชื้ออีกฝ่ายยังไม่มี ) เพร็พสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ถึง 75% และในกลุ่มนี้ ผู้ที่รายงานว่ากินยาสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงได้ถึง 90%

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าถ้าเรากินเพร็พได้สม่ำเสมอ ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีก็จะดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ดี เพร็พไม่ป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพัน์อื่นๆ เช่นเริม ซิฟิลิส หนองใน ฯลฯ

ถุงยางก็ป้องกันได้ดีอยู่แล้ว ทำไมจึงต้องกินเพร็พให้ยุ่งยาก
การใส่ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ เป็นการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างเช่น ซิฟิลิส หรือเริมได้ดีที่สุด แต่ในชีวิตความเป็นจริง หากพวกเราใช้ถุงยางอนามัยกันทุกคน ทุกครั้ง และใช้ถูกวิธี เราก็คงไม่เห็นการติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกวันอย่างที่เป็นอยู่

ดังนั้นการมียาเพร็พให้กินเพื่อป้องกันการติดเชื้อ จึงเหมือนเป็นทางเลือกเสริม ถ้าเราอยากจะป้องกันให้ดีที่สุด เราควรกินเพร็พและใช้ถุงยางอนามัยด้วย เพราะหากพลาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป (เช่นถุงยางแตก หรือคู่ไม่ยอมใส่ หรือลืมกินยาเพร็พ) เราก็ยังพอจะอุ่นใจว่ามีอีกอย่างที่ช่วยป้องกันเราจากการติดเชื้อเอชไอวี

ถ้าสนใจกินยาเพร็พต้องทำอย่างไรบ้าง
• ตรวจเอชไอวีก่อน โดยต้องมั่นใจว่าไม่ได้อยู่ในช่วงระยะแฝง (window period) หรืออยู่ในช่วงติดเชื้อระยะเฉียบพลัน(acute HIV infection)
• หากผลเป็นลบ แพทย์จะแนะนำให้ตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆที่จำเป็น
o เช็คการทำงานของไต ถ้าค่าไตสูงเกินแพทย์จะพิจารณาให้รอจนสู่ระดับปกติก่อนจะเริ่มยา
o ตรวจไวรัสตับอักเสบบี ยาเพร็พเป็นยาที่ใช้สำหรับรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบี ด้วย ถ้าคุณมีโรคนี้อยู่ และคุณหยุดกินยาเพร็พ อาการของคุณอาจแย่ลงได้ ดังนั้นต้องตรวจดูว่าคุณมีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือไม่ เจ้าหน้าที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบบีหากพบว่าคุณมีเชื้อ
• นอกจากนั้นควรเตรียมตัวหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีกินยา อาการข้างเคียงที่อาจพบได้ รับคำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ถุงยางอนามัย และการลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อเอชไอวีด้วยวิธีอื่นๆ
• หากมีคู่หรือกำลังเดทกับใครอยู่ อาจมีคำถามจากคู่ว่ากินเพร็พทำไม มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ฯลฯ ดังนั้นจึงควรคิดเผื่อไว้ว่าจะตอบอย่างไร หากเจอคำถามจากคู่หรือคนรอบข้าง

สรุปการตรวจแล็บก่อนเริ่มยาเพร็พ
• ตรวจ anti-HIV และประเมินอาการของ acute HIV infection หากไม่แน่ใจควรตรวจ nucleic acid testing หรือนัดกลับมาตรวจ anti-HIV ซ้ำจนแน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อเอชไอวีแน่นอนก่อนเริ่มยา
• ตรวจ Cr (ค่าไต) และคำนวณ Cr clearance โดยไม่ควรเริ่มยาในผู้ที่ค่า Cr clearance ≤60 mL/min (Cockroft-Gault formula)
• ซักประวัติการได้รับวัคซีน HBV และตรวจHBsAg และ anti-HBs ควรแนะนำให้ฉีดวัคซีน HBV หากพบว่ายังไม่มีภูมิคุ้มกันหรือรักษาหากพบว่ามีการติดเชื้ออยู่
• สำหรับผู้หญิงตรวจ urine pregnancy test ไม่ควรให้PrEPในผู้ที่ตั้งครรภ์อยู่มีแผนจะตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
• ตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และให้การรักษาตามเหมาะสม

ก่อนจะเริ่มยาเพร็พต้องเข้าใจก่อนว่า
• การกินยาเพร็พทุกวัน อาจช่วยลดความเสี่ยงที่คุณจะติดเชื้อเอชไอวี
• เพร็พไม่ได้ลดความเสี่ยงที่คุณจะติดเชื้อเอชไอวีร้อยเปอร์เซ็นต์ (เหมือนแปรงฟันทุกวัน แต่ฟันก็อาจจะยังผุได้)ดังนั้นคุณต้องใช้ถุงยางอนามัยควบคู่ไปด้วยหากมีเพศสัมพันธ์
• ควรตรวจเอชไอวีอย่างน้อยทุกๆสามเดือนระหว่างที่กินยาเพร็พ
• ถ้าระหว่างกินยาเพร็พ หากพบว่าตัวเองมีอาการที่เข้าข่ายการติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน (เป็นไข้ เจ็บคอ มีผื่น ปวดหัว หรือต่อมน้ำเหลืองบวม) ต้องรีบพบแพทย์ทันทีเพราะยาเพร็พกินสำหรับผู้มีผลตรวจเอชไอวีลบเท่านั้น
• ห้ามแบ่งยาเพร็พให้คนอื่นกินเด็ดขาด ของใครของมันนะ อันนี้สำคัญมาก

ทำไมฉันถึงควรกินเพร็พ(ทำแบบสอบถาม)
เพร็พไม่ใช่ยาที่ใครจะกินก็ได้ คุณควรจะกินเพร็พในกรณีที่
• คุณมีเพศสัมพันธ์โดยคุณไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย และโดยเฉพาะถ้าคุณรู้ว่าคู่นอนของคุณมีเชื้อเอชไอวี
• คุณไม่รู้สถานะการติดเชื้อเอชไอวีของคู่นอน แต่คุณรู้ว่าเขามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ (เช่น คู่นอนเป็นผู้ใช้ยาเสพติดแบบฉีดเข้าเส้น หรือคู่นอนมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นนอกเหนือจากคุณ)
• คุณได้รับการวินิจฉัยว่าคุณเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพราะการเป็นโรคติดต่อเช่นซิฟิลิสหรือหนองใน จะทำให้คุณมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีมากขึ้น

เพร็พปลอดภัยไหม
ยาเพร็พ ซึ่งประกอบไปด้วยยาเทโนโฟเวียร์ และยาเอ็มทริซิทาบีน เป็นยาต้านไวรัสที่ถือว่ามีผลข้างเคียงน้อย ไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องเชื้อดื้อยา และระดับยาคงอยู่ในร่างกายได้นาน อย่างไรก็ตามในพบว่าบางคนอาจมีอาการข้างเคียงเบื้องต้นจากการกินยาได้ เช่นปวดท้อง หรือเบื่ออาหาร บางคนอาจมีอาการปวดหัวเล็กน้อย และอาการเหล่านี้มักจะหายไปภายในเดือนแรกของการกินยา เท่าทีผ่านมายังไม่มีการรายงานอาการข้างเคียงรุนแรงอะไรที่เกิดจากการกินยาเพร็พ หากมีอาการรุนแรงกว่านี้ หรือหากมีอาการเหล่านี้เรื้อรังระหว่างกินยาคุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

อาการข้างเคียงอะไรบ้างที่อาจมาจากการกินยาเพร็พ
คุณอาจมีอาการต่อไปนี้ ระหว่างกินยาเพร็พ
• ปวดท้อง
• ปวดหัว
• อาเจียน
• เบื่ออาหาร
อาการเหล่านี้ปกติจะหายไปในระหว่างเดือนแรกของการกินเพร็พ คุณต้องแจ้งให้แพทย์ที่ดูแลคุณทราบหากอาการเหล่านี้ยังคงอยู่ หรืออาการรุนแรงขึ้น หรือหากมีอาการข้างเคียงอื่นๆ และรุนแรงกว่าอาการที่กล่าวมา คุณควรแจ้งแพทย์ผู้ดูแลทันที

ถ้ากินยาเพร็พแล้วเลิกใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม
คุณไม่ควรจะเลิกใช้ถุงยางอนามัยเพราะว่าคุณกินยาเพร็พ ถ้าคุณกินเพร็พทุกวัน สมรรถภาพของยาในการป้องกันจะดีขึ้น แต่ก็ไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ ถุงยางอนามัยถ้าใช้ถูกวิธีขณะมีเพศสัมพันธ์สามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ดีมาก แต่ก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นกัน อย่างไรก็ดี ยาเพร็พไม่ป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ แต่ถุงยางสามารถป้องกันคุณจากโรคเหล่านี้ได้ ดังนั้นคุณจะได้รับการป้องกันสูงสุดจากการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ หากคุณกินเพร็พอย่างสม่ำเสมอ และใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ

แล้วยาเพร็พกินอย่างไร
• ยาเพร็พที่แนะนำตามแนวทางการรักษาและป้องกันของประเทศไทยได้แก่ยา FTC/TDF 200/300mg โดยกินวันละ 1 เม็ด แพทย์จะสั่งจ่ายให้ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับกินไม่เกิน 3 เดือน
• กำหนดเวลาที่กินเลยว่าจะกินตอนไหน เช่น 8 โมงเช้า หรือ 6 โมงเย็น และกินให้ตรงเวลาทุกวัน
• ถ้าลืมกินยา ให้กินเม็ดที่ลืมทันที่นึกได้ แต่ถ้านึกได้ว่าลืมก็ตอนใกล้เวลาจะกินยาเม็ดต่อไปแล้ว ให้ข้ามเม็ดที่ลืมไปเลย แล้วกินตามตารางการกินยาปกติ
• อย่ากินยาสองเม็ดในครั้งเดียวกัน เพื่อชดเชยเม็ดที่ลืม
• ระหว่างกินยาเพร็พ ไม่มีข้อห้ามเรื่องอาหาร คุณสามารถกินอาหารในแบบที่คุณกินอยู่ได้ตามปกติ
• ระวัง!อย่าให้คนอื่นกินยาของคุณ
• เก็บยาไว้ในแผง/ขวดที่บรรจุยามา ปิดให้สนิท เก็บในอุณภูมิปกติ ให้พ้นจากความร้อน และความชื้น
และเก็บให้พ้นมือเด็ก

ต้องระมัดระวังอะไรเป็นพิเศษเพิ่มอีกหรือไม่เมื่อกินยาเพร็พ
• แจ้งเจ้าหน้าที่หากคุณกินยาอื่นนอกเหนือจากเพร็พ (เช่นวิตามิน อาหารเสริมทางโภชนาการ ฮอร์โมน และยาสมุนไพร)
• แจ้งเจ้าหน้าที่หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับไต หรือเป็นโรคที่เกี่ยวกับตับ
• ถ้าคุณมีอาการที่สงสัยว่าเป็นการติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน คุณต้องมาตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีทันที

การติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลันคืออะไร
การติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน เป็นอาการที่เกิดขึ้นเบื้องต้นเมื่อคุณรับเชื้อไวรัสเอชไอวีเป็นครั้งแรก บางครั้งก็เรียกการติดเชื้อระยะเฉียบพลันนี้ว่าการติดเชื้อเอชไอวีเบื้องต้น หลายคนที่ติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลันมักจะมีอาการดังต่อไปนี้
• มีไข้
• รู้สึกเหนื่อย เพลีย
• ต่อมน้ำเหลืองบวมโต
• ต่อมทอนซิลบวม (ต่อมทอนซิลอักเสบ)
• เจ็บคอ
• ปวดข้อต่อ กล้ามเนื้อ
• ท้องเสีย
• ผื่นขึ้น

อาการและอาการแสดงของการติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลันเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้เพียงไม่กี่วันหลังจากที่คุณรับเชื้อเอชไอวีมา จึงทำให้ชุดตรวจเอชไอวีบางชุดไม่สามารถตรวจเจอการติดเชื้อได้ คุณอาจไม่เฉลียวใจว่าอาการป่วยที่เกิดขึ้นเหล่านี้เป็นอาการที่เกิดจากการติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน เพราะคุณอาจไม่ทราบว่าคนที่คุณมีเพศสัมพันธ์ด้วยเป็นผู้มีเชื้อเอชไอวี และอาการติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลันเหล่านี้ก็จะรู้สึกเหมือนการการติดเชื้อไวรัสทั่วไปอย่างไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เจ็บคอถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ คุณต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่คลินิก หรือโรงพยาบาลทราบทันที เพราะหากเราติดเชื้อระยะเฉียบพลันจริงๆ แล้วยังคงกินยาเพร็พต่อเกินกว่าสองอาทิตย์ อาจเกิดเชื้อเอชไอวีดื้อยาได้

ระหว่างที่กินยาเพร็พอยู่ต้องตรวจแล็บอะไรอีกไหม
• ตรวจ anti-HIV อย่างน้อยทุก 2-3 เดือนและรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันทีหากทราบว่าติดเชื้อเพื่อพิจารณาการดูแลที่เหมาะสมต่อไป
• ตรวจค่าไต Cr เมื่อได้ยาครบ 3 เดือน หากปกติสามารถตรวจหลังจากนั้นทุก 6 เดือน
• สำหรับผู้หญิงตรวจ urine pregnancy test ก่อนให้ยาต่อทุกครั้ง
• ตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกครั้งที่มารับยาต่อและให้การรักษาตามเหมาะสม

การกินยาสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญ
คุณจะต้องกินยาวันละเม็ดทุกวัน ซึ่งฟังดูเหมือนจะง่าย แต่จริงๆคนมักจะลืมกินยา โดยเฉพาะเมื่อตนเองไม่ได้ป่วย ดังนั้นควรจะคิดแผนไว้เลยว่าจะกินยาวันละเม็ดทุกวันโดยไม่ให้ลืมได้อย่างไร ลองคิดถึงประสบการณ์การกินยาในอดีตที่ผ่านมาของคุณ แล้วดูว่า:
• เป็นคนขี้ลืมกินยาไหม แล้วเคยทำอย่างไรบ้างเพื่อไม่ให้ลืมกินยา
• มีอะไรที่บ้างที่จะช่วยเตือนไม่ให้ลืมกินยาวิธีเหล่านี้นี้อาจช่วยเตือนคุณให้กินยาสม่ำเสมอได้ เช่น
• จัดตารางกินยาให้สอดคล้องกับกิจวัตรประจำวัน เช่น หลังแปรงฟัน หรือหลังอาหารเช้า
• ใช้เครื่องช่วยเตือนความจำ เช่นฟังชั่นนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์มือถือของคุณ
• ใช้ปฏิทิน และคิดวิธีเตือนตัวเองไม่ให้ลืมกินยาในช่วงวันหยุด (ซึ่งกิจวัตรประจำวันอาจแตกต่างไป โดยเฉพาะถ้าเดินทาง)
• มีเพื่อน หรือแฟน ที่พอจะช่วยเตือนให้คุณกินยาได้

ต้องรอกี่วันหลังจากกินยา กว่ายาจะ “ออกฤทธิ์”
ผลการศึกษาในกลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชายพบว่า โดยทั่วไปยาจะออกฤทธิ์ป้องกันได้ในบริเวณเยื่อบุทวารหนัก และในกระแสเลือด หลังจากกินยาไปวันละเม็ด ประมาณ4-7 วัน สำหรับในกลุ่มผู้หญิง พบระดับยาในบริเวณช่องคลอดและอุ้งเชิงกรานน้อยกว่า ดังนั้นจึงอาจจะต้องใช้เวลาถึงสามอาทิตย์หลังจากกินยาวันละเม็ดทุกวัน กว่ายาจะออกฤทธิ์ในการป้องกันได้

แล้วต้องกินเพร็พไปนานแค่ไหน
เพร็พสามารถกินเฉพาะในช่วงระยะเวลาที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งช่วงเวลานั้นอาจยาวเป็นเดือนหรือเป็นปี เช่น ช่วงเลิกกับแฟนใหม่ๆ เมาทุกวัน มีแฟนใหม่ทุกคืน หรือช่วงคืน “แรกแย้ม” ที่จะมีเซ็กซ์กับแฟนเป็นครั้งแรก และยังไม่มั่นใจว่าจะมีปัญหาเรื่องถุงยางอนามัยหรือเปล่า ฯลฯ จากประสบการณ์ของผู้ที่เคยกินเพร็พ พบว่าหลายคนก็หยุดยาเมื่อประเมินว่าตนเองไม่เสี่ยงแล้ว (นั่นคือไม่มีความเสี่ยงมาอย่างน้อย 4 สัปดาห์แล้วทั้งจากเพศสัมพันธ์และจากการใช้ยาเสพติดชนิดฉีด) บางคนก็หยุดยา PrEP เพราะไม่ชอบผลข้างเคียงจากการใช้ยา หรือบางคนอาจไม่สามารถกลับไปติดตามตรวจเอชไอวี หรือกินยาได้สม่ำเสมอ ในขณะที่หลายคน หยุดได้สักพักก็กลับไปเริ่มกินเพร็พใหม่ เมื่อประเมินว่าตนเองอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงอีก

หากจะหยุดยาเพร็พ สิ่งที่ต้องทำคือ
• ตรวจ anti-HIV ก่อนหยุดยาหากพบว่าติดเชื้อให้รีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและส่งต่อสู่ระบบการดูแลรักษาทันที หากพบว่าไม่ติดเชื้อให้หยุดยา ได้ โดยให้กลับมาตรวจ anti-HIV หากมีพฤติกรรมเสี่ยงอีก
• หากพบว่ามี active hepatitis B ก่อนเริ่มยา PrEP ให้พิจารณาให้การรักษา hepatitis B ต่อหลังจากหยุดยาแล้ว

สรุปคือเพร็พไม่ต้องกินไปตลอดชีวิต แต่กินในช่วงที่เรารู้สึกว่าเราอาจจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีมาก แต่ในช่วงที่กินนั้น เราต้องมีวินัย กินยาสม่ำเสมอ ตรวจเอชไอวีอย่างน้อยทุกสามเดือน และดูการทำงานของไต พร้อมทั้งใช้ถุงยางอนามัยควบคู่กัน เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆด้วย

ซื้อเพร็พได้ที่ไหน
ยาเพร็พมีขายในประเทศไทยในชื่อ TENO-EM เป็นของประเทศไทย ผลิตเองโดย องค์การเภสัชกรรม ราคาประมาณ 660บาทต่อขวดปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้ให้บริการยาเพร็พในระบบบริการปกติของ รพ.รัฐบาลทั่วไป สำหรับรพ.เอกชน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับยาและเสียค่าใช้จ่ายในการกินเพร็พเอง ปัจจุบันมีโครงการศึกษาการยอมรับและความต้องการใช้ยาเพร็พในกลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย และสาวทรานซ์อยู่หลายโครงการ ซึ่งโครงการเหล่านี้มักจะบริการยาเพร็พฟรี หากสนใจ ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และปรึกษาเจ้าหน้าที่และแพทย์ประจำโครงการดู

แหล่งข้อมูล
1. The New York State Department of Health AIDS Institute. (2014) Guidance for the use of pre-exposure prophylaxis (PrEP) to preven HIV transmission ค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2557 จาก http://www.hivguidelines.org/clinical-guidelines/pre-exposure-prophylaxis/
2. U.S. Center for Disease Control and Prevention (2014) Preexposure prophylaxis for the prevention of HIV infection in the United States – 2014 Clinical Provider’s Supplement ค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2557 จากhttp://www.cdc.gov/hiv/pdf/PrEPguidelines2014.pdf
3. NAM.(2015) PrEPค้นเมื่อ1 กันยายน 2558 จาก http://www.aidsmap.com/PrEP/page/2983346/
4. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (2014) แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557 ค้นเมื่อ 1 กันยายน 2558 จาก http://www.silomclinic.in.th/file/2014ThailandHIVguidelines.pdf