ศิริศิลป์

ชุดตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี

ถ้าจะบอกว่าใครไม่ติดเชื้อเอชไอวีหรือใครติดเชื้อเอชไอวี ต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (ห้องแล็บ) เท่านั้นจึงจะบอกได้ว่าใครติดใครไม่ติด วันนี้เราจะมารู้จักชุดตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีกันว่ามีอะไรบ้าง  การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีทางห้องแล็บคือการเอาเลือดหรือสารน้ำในร่างกายเราไปตรวจในห้องแล็บว่ามีสิ่งที่ระบุว่าเราติดเชื้อเอชไอวีหรือไม ซึ่งจะตรวจหาหนึ่งใน 3 สิ่งนี้ในร่างกายของเราคือ 1) การตรวจหาสารที่ชื่อว่า แอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวี ซึ่งจะเป็นโปรตีนในร่างกายเราที่สร้างขึ้นมาเมื่อมีการติดเชื้อเอชไอวีแล้ว ชุดตรวจที่ในขายได้ประเทศไทยเกือบทั้งหมด จะใช้การตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวี เนื่องจากเมื่อติดเชื้อแล้วร่างกายจะมีสารนี้ในปริมาณมากและอยู่ตลอดเวลา ตรวจได้หลังจากติดเชื้อแล้วประมาณ 3-4 สัปดาห์ 2) การตรวจหาตัวเชื้อ ซึ่งเป็นการตรวจหาโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของตัวเชื้อเอชไอวี ในเลือดของเรา หากพบตัวโปรตีนนี้แสดงว่า ในร่างกายเรามีการติดเชื้อเอชไอวี ชุดตรวจชนิดนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนักเนื่องจากโปรตีนของตัวเชื้อจะไม่มีปริมาณมากพอให้ตรวจได้ตลอดเวลาที่ติดเชื้อ จะตรวจได้หลังติดเชื้อแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ขึ้นไป 3) การตรวจหาสารพันธุกรรมของตัวเชื้อเอชไอวี วิธีนี้เราอาจเคยได้ยินในชื่อ “พีซีอาร์ (PCR)” หรือ “ตรวจแน็ท (NAT)” เป็นการตรวจที่มีแม่นยำสูง ตรวจได้ในช่วงแรก ๆ ของการติดเชื้อเอชไอวี ประมาณ 7-10 วันขึ้นไปหลังจากติดเชื้อ ชุดตรวจที่นิยมใช้กันมากนั้นคือชุดตรวจที่ตรวจหาสารที่ชื่อว่า “แอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวี” ซึ่งเจ้าตัวแอนติบอดีนี้เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่ในร่างกายเรา จะสร้างขึ้นมาจำเพาะเจาะจงกับเชื้อโรคชนิดต่างๆ คือถ้าติดเชื้อเอชไอวี ก็จะมีแอนติบอดีที่จำเพาะต่อเชื้อเอชไอวีสร้างขึ้นมา ถ้าติดเชื้อตับอักเสบ บี ก็จะมีการสร้างแอนติบอดี้ต่อเชื้อตับอักเสบ บี ขึ้นมา […]

1 2 3 72