เพร็พและไวรัสตับอักเสบบี

เพร็พและไวรัสตับอักเสบบี

 

ไวรัสตับอักเสบบี สามารถติดเชื้อได้หลายทาง ดังต่อไปนี้

  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
  • การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
  • การใช้เข็มสักตามตัวหรือสีที่ใช้สักตามตัวร่วมกัน และการเจาะหู
  • การใช้แปรงสีฟัน มีดโกน ที่ตัดเล็บร่วมกัน
  • การติดเชื้อขณะคลอดจากแม่ที่มีเชื้อ
  • การถูกเข็มที่ติดเชื้อตำจากการทำงานในสถานพยาบาล
  • การสัมผัสกับเลือด น้ำเลือด น้ำคัดหลั่ง โดยผ่านเข้าทางบาดแผล

 

อย่างไรก็ดี เชื้อนี้จะไม่ติดต่อกันทางลมหายใจ

อาหารหรือน้ำดื่ม การให้นม และการจูบกัน (ถ้าปากไม่มีแผล)”

 

อาการของโรคไวรัสตับอักเสบบี

อาการของโรคไวรัสตับอักเสบบี แบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ

 

  • ระยะเฉียบพลัน

 

  • ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการภายใน 1-4 เดือนหลังติดเชื้อ ดังนี้
      • อาการไข้ ตัวเหลืองตาเหลือง ปวดท้องใต้ชายโครงขวา
    • อาการอื่นๆ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย
      • ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการรุนแรง เกิดจากการที่เซลล์ตับถูกทำลายเป็นจำนวนมาก ในกรณีนี้อาจทำให้เกิดภาวะตับวายได้
  • อาการตับอักเสบระยะเฉียบพลันจะดีขึ้นใน 1-4 สัปดาห์ แต่หากผู้ป่วยไม่สามารถกำจัดเชื้อออกจากร่างกายได้หมด จะกลายเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี เรื้อรัง

 

  • ระยะเรื้อรัง แบ่งผู้ป่วยได้เป็น 2 กลุ่มคือ

 

    • พาหะ คือ ผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ในร่างกาย ผู้ป่วยจะไม่มีอาการแต่สามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้  ผลการตรวจเลือดพบค่าการทำงานของตับอยู่ในเกณฑ์ปกติ
    • ตับอักเสบ บี เรื้อรัง คือ ผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในร่างกาย และตรวจเลือดพบค่าการทำงานของตับผิดปกติ

“หากไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบเรื้อรังอาจกลายเป็นโรคตับแข็ง

และมะเร็งตับ แล้วเสียชีวิตในที่สุด”

 

การป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

  • ทุกคนควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงทุกชนิด เช่น ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ไม่ใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกัน เป็นต้น
  • ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ โดยผู้ที่ควรฉีดวัคซีนมากที่สุดคือ เด็กแรกเกิด
  • สำหรับผู้ใหญ่ หากต้องการฉีดวัคซีนควรได้รับการตรวจเลือดก่อนว่ามีภูมิคุ้มกันหรือไม่ เพราะผู้ที่เคยติดเชื้อมาแล้วหรือมีภูมิต้านทานแล้ว ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน
  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ บี ต้องฉีดให้ครบชุดจำนวน 3 เข็ม เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันเพียงพอขึ้นในร่างกาย

 

โรคไวรัสตับอักเสบ บี รักษาได้หรือไม่

  • ปัจจุบันโรคไวรัสตับตับอักเสบ บี สามารถรักษาได้
  • การรักษาด้วยยาต้านไวรัสจะชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคไวรัสตับอักเสบ บี แต่ไม่หายขาด
  • ยาที่ใช้ในการรักษาโรคตับอักเสบ บี ปัจจุบันอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์สามารถรับยาได้ฟรี
  • ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ บี ควรได้รับการประเมินและแนะนำอย่างละเอียดก่อนรักษา ซึ่งรวมถึงภาวะของโรค โรคร่วม ข้อจำกัด หรือข้อห้ามในการใช้ยา การปฏิบัติตัว ค่าใช้จ่ายในการรักษา และการติดตามระยะยาว

 

 

  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี สามารถรับบริการยา PrEP เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้   โดยยา PrEP สามารถรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบีได้
  • กรณีหยุดรับบริการ PrEP ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับบริการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบีอย่างต่อเนื่อง และป้องกันการดื้อยา

 

 

Please follow and like us: